ทำไมอิทัปปัจจยตาถึงสำคัญ? ===== กฎอิทัปปัจจยตาที่แปลว่า เพราะมีสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงมี ง่ายๆ แค่นี้ทำไมถึงกลายเป็นกฎสำคัญของพุทธ แค่บอกว่าเพราะมีสิ่งนี้ เลยมีอีกสิ่ง ง่ายๆ ธรรมดาๆ ใครก็เข้าใจทำไมต้องบอก ก่อนอื่น เพราะมีสิ่งนี้ จึงมีสิ่งนี้ ง่ายๆ อย่างที่เราเข้าใจจริงหรือ ถ้าง่ายเช่นนั้นจริง ทำไมทุกคนถึงไม่เข้าใจความไม่มีตัวตน? ไม่ได้จะมาโต้แย้งว่าเรื่องเหนือธรรมชาติ จิตวิญญาณตั่งๆ จริงหรือไม่จริง แต่เรื่องเหล่านั้นไม่ใช่สาระในการตระหนักถึงความจริงอันไม่มีตัวตน แท้จริงแล้วสาเหตุที่อิทัปปัจจยตาสำคัญก็เพราะเป็นกฎที่อธิบายไตรลักษณ์ได้ในประโยคเดียว เพราะมีสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงมี คือการสรุปไตรลักษณ์แบบสั้นๆ ได้ใจความ เพราะมีสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงมี แสดงให้เห็นว่าสิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเสมอ ไม่อาจทนอยู่ในสภาวะเดิมได้ (ทุกข์) และไม่มีตัวตนที่แท้จริงถาวร เพราะมีสิ่งก่อนหน้าเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิด ไม่มีตัวตนเอกเทศแยกขาดจากสิ่งอื่น (Empty of inherent existence - Sunyata) คุณอาจจะคิดว่าคุณคือคนที่อยากกินไอติม แต่คุณคือคนที่อยากกินจริงหรือเปล่า? มีความอยากกินเกิดขึ้นในใจ อาจจะมีสัญญาณทางร่างกาย ความเหนื่อย อากาศร้อน ป้ายโฆษณา ที่สำคัญต้องมีความทรงจำว่าอะไรคือไอติม รสชาติเป็นยังไง? เรามักคิดว่าการตัดสินใจหรือความรู้สึกใดๆ ของเราเกิดขึ้นแยกเป็นเอกเทศออกจากกัน แต่ไม่ใช่เลย หากปัจจัยกระตุ้นไม่ครบ เราอาจไม่นึกถึงไอติมตั้งแต่แรก แต่อาจจะอยากกินชาเย็นแทน แล้วใครกันแน่ที่อยากกินไอติมหรือชาเย็น? เราที่อยากกินชาเย็น หรืออยากกินไอติมเกิดขึ้นตอนไหน? แล้วเราตอนอื่นๆ ที่ไม่อยากกินไอติมใช่คนเดียวกันมั้ย? อะไรประกอบกันขึ้นเป็นเรา? นี่คืออีกส่วนสำคัญของอิทัปปัจจยตาที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีตัวตนในสรรพสิ่ง ทุกสิ่งเกิดขึ้นจากบางสิ่งก่อนหน้านี้ที่นำพามาซึ่งปัจจุบันและต่อๆ ไป ทั้งยังสะท้อนด้วยว่าทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับ "ตัวกู ของกู" (ตามภาษาทั่นพุทธทาส) เพราะการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคือกระบวนการสร้างตัวตน ถ้าเดิมแท้ไม่มีตัวตนแล้วใครกันมาเป็นเจ้าของ ใครกันที่รู้สึก? มันไม่ใช่ว่าเพราะมีเราอยู่ก่อนแล้ว เมื่อความคิดเกิดขึ้น เราจึงไปยึดว่าความคิดนั้นเป็นของเรา แต่เราเกิดขึ้น ณ ขณะที่ (เรา) ไปจับ ไปยึดเอาว่าความรู้สึก ความคิด สิ่งที่เกิดขึ้นในใจว่าเป็นเรา (ของเรา) ความรู้สึก ความคิดปรากฎขึ้นในจิตใจจากปัจจัยต่างๆ ที่ประกอบร่างมันขึ้นมา เช่นเดียวกับที่เรารู้สึกถึงความแข็งเมื่อเอานิ้วสัมผัสโต๊ะ ถ้าเราทดเลขในใจ ตัวเลขนั้นเป็นของเรา หรือคือตัวเราหรือเปล่า? "Ordinary Mind is the way." ทำไมจิตธรรมดาสามัญนี่แหละคือหนทาง? เพราะจิตเดิมแท้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็นอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ไปยึดเอาสิ่งที่ผ่านไปผ่านมาเป็นของเรา เช่นเดียวกับภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่ของเรา จิตธรรมดาสามัญที่ไม่ยึดสิ่งใดเป็นตัวตนนี่แหละคือความรู้แจ้งในความเป็นเช่นนั้นแล (ตถตา) ประโยชน์ในทางปฏิบัติในการตระหนักเรื่องนี้คืออะไร? เราไม่ต้องรังเกียจเดียดฉันท์กับความรู้สึก หรือความคิดใดๆ ที่เราไม่อภิรมณ์ที่ผ่านมาและผ่านมาไป เพราะเราตระหนักว่าสิ่งใดๆ ทั้งหลายล้วนผ่านมา ผ่านไปตามเหตุที่เกิดก่อนหน้า สิ่งใดๆ ไม่จำเป็นต้องถูกขับไล่ เพราะมันจะจากไปตามเวลาของมัน เช่นเดียวกับคลื่นทะเลที่ไม่ว่าจะใหญ่โตเพียงใดวันนึงต้องมลายหาย กลับมาสู่มหาสมุทรแห่งความสงบนิ่งภายในที่มีมาแต่เดิม ไม่ต้องรอเห็นแสง ไม่ต้องรอนิมิต ไม่ต้องกลัวผี แค่นั่งดูสิ่งที่เกิดจากเหตุปัจจัยตรงหน้า และสัมผัสความเป็นไปของปัจจุบันขณะที่มีเหตุปัจจัยร้อยเรียงกันไม่มีที่สิ้นสุด แล้วเราที่เป็นตัวตนสถิตสถาพรจะไปอยู่ที่ไหนได้? #Siamstr