spacestr

🔔 This profile hasn't been claimed yet. If this is your Nostr profile, you can claim it.

Edit
hipknox_
Member since: 2023-08-04
hipknox_
hipknox_ 14d

## เมล็ดในกระถางปลูก มันตลกร้ายดีชะมัด เร็ว ๆ นี้ผมได้เมล็ดพันธุ์พร้อมกระถางปลูกสำหรับกิจกรรมที่ให้เอามันมาเลี้ยงให้โต แรก ๆ ก็ลุ้นไปว่ามันจะแทงยอดอ่อนขึ้นมามั้ย จนถึงตอนนี้ทุกต้นอ่อนในกระถางปลูกที่เติบโตได้เหี่ยวเฉา และล้มตายหมดสิ้นราวกับอารยธรรมที่ล่มสลาย ผมยังเคยเห็นพืชที่โตขึ้นโดยแทงยอดของมันขึ้นจากรอยแตกร้าวของแท่งคอนกรีตบนทางด่วน และเห็นมันทุก ๆ วันที่ผ่านอยู่ตรงนั้นเป็นเดือนเป็นปี ยืนหยัดผ่านแสงแดดแผดเผาในเดือนเมษา และพายุฟ้าฝนในเดือนตุลาคม ไม่ว่ามันจะมาจากนกที่บังเอิญขับถ่ายไว้ตรงนั้น หรือจะเป็นเพราะลมที่พัดพาเอาเมล็ดของมันไปตกลงในร่องของคอนกรีตที่แตกร้าวนั้นพอดี ธรรมชาตินั้นไม่ต้องการมือของมนุษย์เพื่อการยืนหยัดของตัวมันเอง ไม่เลย เราต่างสำคัญตัวเองราวกับว่าเราจะต้องเป็นผู้ที่คอยจัดการบงการทุก ๆ สิ่ง ความไร้เดียงสาของความคิดที่ว่า หากเราคอยหมั่นรดน้ำพืชก็จะเติบโต หากเราใส่ปุ๋ยจากพืชก็จะผลิดอกออกผล หรือแม้แต่การเข้าใจเชิงกระบวนการที่เป็นรากฐานของการที่ชีวิตจะเติบโตแล้วเข้าแทรกแซงจะให้ผลดี เราไม่มีทางรู้ดีไปกว่าตัวของธรรมชาติที่จะจัดการตัวของมันเองด้วยเงื่อนไขของกระบวนการง่าย ๆ ที่เรียกว่า “ความพยายามในการจะมีชีวิตรอด” กระถางปลูกแคบ ๆ เส้นผ่านศูนย์กลางราว ๆ แปดเซนติเมตร กับเมล็ดพันธุ์ราว ๆ สิบเอ็ดเมล็ด นิวเวศจำลองแคบ ๆ ที่ตัดขาดจากผืนดินในธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง ไม่เปิดโอกาสให้ชิวิตที่กำลังเติบโต เจ็บป่วยและเริ่มแพร่เชื้อโรคร้ายนั้นจะรอดพ้นไปจากความตาย เพราะมันถูกทำให้ตัดขาดออกจากสิ่งจะช่วยให้มันมีชีวิตรอด แม้ตัวผมเองในช่วงเวลาแห่งความทรมานเพียงในกรอบสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ของห้องทำงานที่ล้อมรอบด้วยคอนกรีต อยู่สูงห่างไปจากพื้นดินหลายร้อยเมตร อุดอู้อยู่กับความคิดที่วนซ้ำพยายามควานหาทางออกของปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข มันบั่นทอนและเริ่มกัดกินชีวิตไม่ต่างจากการลุกลามของโรคร้าย ไม่ได้มีใครที่รับรู้มากพอจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือและแก้ไข ความทรมานนั้นดำรงอยู่ในกรอบของความคิดภายในหัว สิ่งที่ผมพบและทำให้ผ่านพ้นวันเวลาของความคิดที่ฉายภาพซ้ำ ๆ เป็นภาพที่ตัวของผมเองพยายามจะขึ้นไปยืนอยู่บนขอบพื้นคอนกรีตที่ห่างจากพื้นดินราว ๆ ร้อยเมตรเพื่อการจบทุกปัญหาที่สร้างความทรมาน และยุติทุก ๆ ความทุกข์ที่กำลังเผชิญ มันคือการที่ธรรมชาติไม่ได้ออกแบบมนุษย์มาให้เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่ดำรงอยู่ได้ด้วยกระบวนการทางกายภาพเท่านั้น แต่มนุษย์สามารถดำรงอยู่ในอีกสถานที่คือภายใต้ความคิดที่อยู่ในสมองของเราเอง เรามีโลกสองใบให้อาศัยและผมพบว่าส่วนมากแล้วเรามักจะอาศัยอยู่ภายในความคิดของเราเอง มากกว่าตัวตนทางกายภาพเสียอีก ผมพาตัวเองออกจากกรอบแคบของห้องทำงานสี่เหลี่ยมนั้นผ่านการจัดการทางความคิด การคิดอย่างมีความหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นได้ จ้องมองไปยังความเจ็บปวดทรมาน และเผชิญหน้ากับมันโดยไม่หลบซ่อนราวกับต้นไม้ที่ไม่ได้มีขาและเท้าเพื่อให้หลบหนีไปจากวันที่แสงแดดแผดเผา หรือหลบหนีไปจากวันที่ต้องเผชิญกับพายุฝน เพียงแค่การเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อสิ่งที่กำลังเผชิญด้วยการเปลี่ยนมันให้เป็นเพียงเรื่องของประสบการณ์หนึ่งซึ่งเราจำเป็นจะต้องพบเจอเพื่อให้เราได้เติบโตอย่างแข็งแรง และสามารถต้านทานความทุกข์เข็ญอีกหลากหลายที่เราจะต้องพบเจอไปตลอดทั้งช่วงชีวิต ผมพบว่ามีเพียงตัวเราที่เป็นปัจเจกเท่านั้นที่จะทำให้เราเอาชนะความทุกข์ทั้งปวงได้ ไม่มีใครคนใดสามารถจัดการกับความทุกข์ที่เรากำลังเผชิญได้ดีไปกว่าตัวของเราเอง เพราะความคิดมันมีตัวตนอยู่ได้แค่เพียงในหัวของเราเท่านั้น ซึ่งผู้อื่นไม่มีวันรับรู้หรือจะเข้าใจมันได้ดีเท่ากันกับเรา ผมพบว่า การที่เราสามารถทำข้อตกลงกับตัวเองด้วยความเข้าใจในตัวเองได้ จะสามารถแก้ปัญหาของความทุกข์ที่เกิดจากการย้ำคิดจากการไม่สามารถแก้ปัญหาที่มาจากสิ่งอื่นที่เราแก้ไขมันไม่ได้ ให้สามารถออกจากการถูกล้อมกรอบของความรู้สึกที่ทำให้ต้องเจ็บปวด ก่อนที่มันจะเปิดทางให้เริ่มมองเห็นถึงวิธีการแก้ปัญหาที่เคยคิดว่ามันไม่มีทางแก้ไขได้ หรือแม้แต่การปล่อยให้มันเป็นไปโดยไม่ต้องไปแก้ไขหรือแตะต้องมันเลยด้วยซ้ำ ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเป็นเพียงแค่ภาพมายาที่เราปรุงแต่งมันขึ้นมาให้ดูเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินความเป็นจริง ผมยังพบอีกว่า มนุษย์นั้นไม่ได้สามารถคิดหรือไตร่ตรองได้โดยปราศจากกรอบอ้างอิงที่ใช้เพื่อการเปรียบเทียบ โดยเรามักจะได้มันมาจากประสบการณ์ตรง หรือจากคำบอกเล่าจากประสบการณ์ของผู้อื่น การมีกรอบอ้างอิงที่จำกัดไม่ต่างจากต้นไม้ที่โตในกระถางแคบ ๆ ซึ่งแตกต่างจากต้นไม้ที่โตในผืนป่าอย่างสิ้นเชิง และการมนุษย์จะสามารถมีกรอบอ้างอิงที่หลากหลายและกว้างใหญ่เพื่อการไตร่ตรองและพิจารณา หรือใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการเอาชีวิตรอดได้ คือการอ่านความคิดจากสิ่งที่ผู้อื่นเขียน คำว่าปัจเจกในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการอยู่ได้เพียงลำพังโดยปราศจากการพึ่งพาผู้อื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะมนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อดำรงอยู่บนโลกเพียงลำพัง แต่หมายถึงการที่ใครที่สามารถเข้าใจในสิ่งที่ตนเองต้องการจริง ๆ และตกลงกับตัวเองได้โดยตัดเงื่อนไขของการพึ่งพาการขอเอาจากผู้อื่นได้ นั่นแหละความเป็นปัจเจก คงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะรอดพ้นจากความทุกข์ที่เพิ่งผ่านผ้นมานั้นได้ หากยังจำกัดตัวเองจากการอาศัยกรอบอ้างอิงแคบ ๆ โดยลำพัง ซึ่งต้องขอบคุณการนำเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาเขียนไว้ไม่ว่าจะเป็น “เงินเฟ้อคือคดีอาญา” ของพี่ชิตโดยเฉพาะเรื่องชีวิตในวัยเด็ก หรือ “คู่มือการใช้ชีวิตที่หายไป” ของคุณทอยโดยเฉพาะเรื่องของคุณธรรมแห่งสโตอิก และหนังสือหรือบทความอีกหลากหลายที่มอบกรอบอ้างอิงอันหลากหลายไว้ให้สามารถหยิบเอามาใช้ได้อย่างหลากหลายไม่จำกัดเฉพาะว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ “จงอย่าเป็นต้นไม้ที่ถูกนำไปปลูกลงในกระถาง แต่จงทำตัวให้เป็นดั่งผืนป่า“ #siamstr

#siamstr
hipknox_
hipknox_ 16d

ในคลิปมีหลายอย่างที่คิดเหมือนกันเลย เนทัน: จงจำสิ่งที่อามาเลขทำกับพระเจ้า "บัดนี้จงไปโจมตีอามาเลข และทำลายทุกอย่างที่เขามีทั้งหมด อย่าปรานีเขาเลย จง...เสียทั้งผู้ชายผู้หญิง ทั้งทารกและเด็กที่กินนมอยู่ ทั้งโค แกะ อูฐ และลา" - 1 ซามูเอล‬ ‭15‬:‭3‬ ‭THSV11 อามาเลขคือใคร? อามาเลขคือศัตรูที่เคยไล่ตีชาวฮีบรูในช่วงที่โมเสสกำลังพาชาวฮีบรูอพยพออกจากอียิปต์ และพอเริ่มตั้งตัวได้ในยุคของกษัตริย์ซาอูลพระเจ้าก็สั่งให้กลับไปแก้แค้นพวกอามาเลข แต่ซาอูลขัดคำสั่งด้วยการไว้ชีวิตกษัตริย์ของอามาเลข และไม่ได้ทำลายทุกสิ่งตามที่สั่ง แถมยังริบเอาฝูงโค ลูกแกะ กลับมาด้วย และการตัดสินใจนี้ ทำให้ชาวฮีบรูกำจัดศัตรูไม่หมด กล่าวคือในวันข้างหน้าพวกเขาจะต้องทำสงครามกับศัตรูอย่างไม่จบสิ้น (การตีความในที่นี้ของเนทันอาจหมายถึง ใครก็ตามที่ทำตัวเป็นศัตรูกับยิวจะต้องถูกกวาดล้างแบบที่พระเจ้าสั่งให้ทำกับอามาเลขที่ซาอูลทำไม่สำเร็จ ซึ่งคุณจะเห็นได้จากสิ่งที่เขาทำกับกาซา หรือกับใครก็ตามที่ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับยิว) เรื่องเมสิยาห์ แนวคิดเมสิยาห์มีหลากหลายคติคิดมาก ๆ มันไม่ใช่แค่ในแก่นของสามศาสนาอับราฮัมมิก แต่มันยังแตกความคิดเห็นที่มีไปตามกลุ่มนิกายย่อยของแต่ละศาสนาด้วย หรือก็คือมันไม่มีใครคิดเหมือนกันทั้งหมด เมสิยาห์ ตามรากของคำนั้นหมายถึง ผู้ถูกเจิมตั้ง, กษัตริย์ แต่ในความหมายทางการเมืองการปกครองจะหมายถึงผู้ปลดปล่อย (Liberator) จากการถูกกดขี่ ยิว เมสิยาห์ จะต้องเป็นเชื้อสายของกษัตริย์ดาวิดเท่านั้น (ไม่ใช่แบบพระเยซู) ในอดีตจริง ๆ มีหลายคนที่เข้าเงื่อนไขของการเป็นเมสิยาห์แต่ทำไม่ครบตามเงื่อนไขที่มีรายละเอียดอีกเยอะ เช่น กษัตริย์ดาวิด หรือแม้แต่คนนอกอย่างกษัตริย์ไซรัสมหาราช (เปอร์เซีย) เองก็เคยถูกมองเทียบเคียงเป็นเมสิยาห์ ในคติของยิวเองเมสิยาห์จึงจำเป็นจะต้องเป็นกษัตริย์ที่พระเจ้าได้เจิมตั้ง และจะมานำชาวยิวกลับสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญาเพื่อก็ตั้งอาณาจักรอิสราเอล คริสต์ ทุกคนรู้ดี ต่อให้ไม่ได้เป็นคริสเตียนอย่างน้อยก็รู้ได้ว่าเมสิยาห์นั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากพระเยซู การมาในครั้งแรกจนถึงการถูกตรึงกางเขนคือการปลดปล่อยมนุษย์จากบาป (ฝ่ายวิญญาณ) และการกลับมาอีกครั้งหลังการถูกตรึงกางเขน จะเป็นการกลับมาพิพากษาโลก และปลดปล่อยชาวยิวจากศัตรู (ฝ่ายกายภาพ) ก็คือทำสงครามครั้งสุดท้าย อิงจากพระคัมภีร์อิสยาห์ ดาเนียล และวิวรณ์ อิสลาม การกลับมาของนบีอีซา (พระเยซู) เรื่องจะคล้าย ๆ กับของคริสต์ ตามรากยิว ในกลุ่มของ Ultra-Orthodox บางสายนั้นมองว่าการกระทำของกลุ่มไซออนิสนั้นขัดกับประสงค์ของพระเจ้า ไม่ได้เป็นไปตามหลักการทางศาสนา ไม่ว่าจะด้วยคติของเมสิยาห์เอง หรือแม้แต่จากคำปฏิญาณหลังวิหารหลังที่สองถูกทำลาย (Three Oaths) ที่เคยปฏิญาณกับประชาชาติไว้ว่า 1. ชาวยิวจะไม่กลับไปสร้างชาติยังเยรูซาเล็ม (ดินแดนแห่งพันธสัญญา) ด้วยการใช้กำลัง 2. ชาวยิวจะไม่ก่อกบฏต่อประชาชาติอื่น 3. ขอให้ประชาชาติไม่กดขี่ชาวยิวอย่างแสนสาหัส และอาจเป็นเพราะข้อ 3 ที่ถูกละเมิดไปแล้วโดยพรรคนาซี กลุ่มไซออนิสที่มีแนวคิดทางศาสนาจึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะสามารถกลับไปตั้งรัฐชาติได้อีกครั้ง เพราะคำปฏิญาณได้เสร็จสิ้นไปหลังเหตุการณ์การถูกกวาดล้าง ในเรื่องของคริสต์สายอีวานเจลิคัล เป็นสายย่อยของคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ที่เชื่อในการอ่านพระคัมภีร์ และมีแนวโน้มจะเชื่อในเรื่องวันพิพากษา และการกลับมาของพระผู้ไถ่หรือเมสิยาห์ (พระเยซู) อีกครั้งตามคำทำนาย และกลุ่มย่อยของอีวานเจลิคัลอย่างฝ่ายสนับสนุนอิสราเอลอย่างคริสเตียนไซออนิส (Christian Zionism) ยิ่งมีความเชื่ออย่างแรงกล้าถึงการเตรียมการเพื่อการกลับมาของเมสิยาห์ (พระเยซู) ด้วยการระดมเงินทุนเพื่อบริจาคให้กับอิสราเอล และสนับสนุนทุกทางเท่าที่จะทำได้เพื่อให้อิสราเอลสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ครบตามคำทำนายในพระคัมภีร์ วัวแดง การต้้งวิหารหลังที่สาม การทำสงครามกับปฏิปักษ์ ผมสรุปเร็ว ๆ แบบไบแอส ว่าแนวคิดพวกนี้เป็นแนวคิดของพวกนิยมวันสิ้นโลก (Eschatology) ปัญหาไม่ใช่แค่การเชื่อเรื่องวันสิ้นโลก แต่คือการเอาคำพยากรณ์ปลายยุคมาเป็นใบอนุญาตทางศีลธรรมเปิดทางให้รัฐสามารถใช้ความรุนแรงและก่อสงครามได้อย่างชอบธรรม #siamstr https://youtu.be/bFwyFyUaRuI

#siamstr

Welcome to hipknox_ spacestr profile!

About Me

μέμνησο θανάτου จงระลึกถึงความตาย

Interests

  • No interests listed.

Videos

Music

My store is coming soon!

Friends