🚨 ด่วน! จับตาชัตดาวน์สหรัฐฯ วิกฤตสภาพคล่องครั้งใหญ่ที่กำลังกลับมาหลอกหลอนตลาด 📉 นาทีนี้ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นโอกาสที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าสู่สภาวะ Government Shutdown ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งล่าสุดตัวเลขความน่าจะเป็นพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจจาก 18% เมื่อสัปดาห์ก่อน ทะยานขึ้นไปแตะ 96% เรียบร้อยแล้ว 🔹 ชนวนเหตุความขัดแย้ง 🔹 ต้นเหตุสำคัญมาจากความเห็นที่ไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรงระหว่างพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน โดยมีข้อเรียกร้องหลักที่กลายเป็นกำแพงกั้นงบประมาณดังนี้ 🔸 ฝั่งเดโมแครตยื่นคำขาดต้องมีมาตรการคุมเข้มเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เช่น ต้องติดกล้อง Body Cam ตลอดเวลา ห้ามสวมหน้ากากขณะปฏิบัติหน้าที่ และเพิ่มความเข้มงวดในการออกหมายค้น 🔸 ฝั่งรีพับลิกันยืนกรานปฏิเสธ โดยมองว่าเป็นการบั่นทอนประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและปกป้องแนวชายแดน 🔹 ทำไมครั้งนี้ถึงอันตรายกว่าทุกครั้ง? 🔹 Lina Engword วิเคราะห์ว่าสถานการณ์รอบนี้มีปัจจัยลบที่ซ้อนทับกันจนน่ากังวล 1️⃣ เพดานหนี้ที่สูงลิ่ว เพดานหนี้ถูกขยายไปถึง 41.1 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้เหล่านักการเมืองมี "สายป่าน" ยาวพอที่จะเล่นเกมดึงเช็งกันได้นานขึ้น ยิ่งสู้กันนาน โอกาสชัตดาวน์ลากยาวก็ยิ่งสูง 2️⃣ เศรษฐกิจภายในที่เปราะบาง ตัวเลขตลาดแรงงาน การจับจ่ายใช้สอยของรายย่อย และยอดการล้มละลายของบริษัทต่างๆ กำลังส่งสัญญาณย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง 🔹 ผลกระทบต่อตลาดทุน (Liquidity Crisis) 🔹 จุดที่นักลงทุนต้องระวังที่สุดคือสภาวะ "เงินตึงตัว" เมื่อเกิดการชัตดาวน์ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มักจะเร่งสะสมเงินสดสำรอง (TGA) โดยการดึงสภาพคล่องออกจากตลาดการเงิน 💰 หากย้อนดูเหตุการณ์ชัตดาวน์ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการดึงเงินออกจากระบบสูงถึง 2.2 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างความปั่นป่วนอย่างมาก หากรอบนี้ลากยาวกว่าเดิม ผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ทั่วโลกอาจจะ "โหดร้าย" กว่าที่เราคาดการณ์ไว้ 🔹 สรุปมุมมองจาก Lina Engword 🔹 จับตาดูการโหวตร่างงบประมาณในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด หากตกลงกันไม่ได้ ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอาจเผชิญกับแรงเทขายครั้งใหญ่จากวิกฤตสภาพคล่องที่หายไปฉับพลัน เตรียมแผนรับมือและบริหารความเสี่ยงกันให้ดีนะคะ ⚠️ #เศรษฐกิจโลก #หุ้นสหรัฐ #GovernmentShutdown #วิกฤตการเงิน #LinaEngword #การลงทุน #USNews #MarketAlert