เมื่อ 2 วันก่อน ระหว่างทางจากบ้านมาที่ออฟฟิศ ผมกับแม่นั่งรถมาด้วยกัน จังหวะที่เลี้ยวเข้าซอยในชุมชนเพื่อไปถึงออฟฟิศ ในจังหวะนั้น แมวตัวหนึ่งวิ่งออกมาจากห้องแถวฝั่งตรงข้าม และถูกรถมอเตอร์ไซค์คันข้างหน้าผมชนเข้า รถคันที่ชนยังคงวิ่งต่อไปข้างหน้า ผมได้ยินแม่เสียงร้องเสียงดังอยู่ในรถ สายตาผมจับจ้องอยู่ที่แมวตัวนั้น เห็นเขาดิ้นทุรนทุรายเลือดไหลออกจากหัว มันไหลเยอะมากเมื่อเทียบกับขนาดตัว สิ่งที่อยู่ในหัวผมขณะที่รถจอดนิ่งคือ ”เราต้องพาเขาไปโรงพยาบาลมั้ย“ “แต่เลือดเยอะมากเขาไม่น่าจะรอด” หรือ “เราแค่พาเขามาหลบข้างถนนก่อน” ในจังหวะสุดท้ายที่ปลดสายคาดนิรภัยและกำลังจะเปิดประตู ทั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจดีด้วยซ้ำว่าต้องทำอย่างไรต่อไป เขาได้หันหน้ามาทางผม สายตาเราจ้องประสานกัน มือไม้ของเขาเริ่มอ่อนลงสงบนิ่งจากที่เคยตวัดสะเปะสะปะไปมา ทันใดนั้นมีพี่ Grab วินได้ขับรถมาจอดข้างหน้ารถผม ย้ายเขาเข้าข้างทางและขับรถออกไป ผมทำเพียงภาวนา ภาวนาขอให้วินาทีนั้นคือวินาทีสุดท้ายของเขา วินาทีที่เราได้ประสานสายตากัน วินาทีที่เขาได้พ้นจากทุกข์ทั้งปวง การที่ผมได้เป็นพยานการจากไปของชีวิตเล็ก ๆ ที่เราไม่แม้แต่จะเคยมีความสัมพันธ์ร่วมกันมาก่อน มันยังคงสะเทือนใจเสมอทุกครั้งที่ผมต้องขับรถผ่านเส้นทางนั้น ผมจะมองไปยังที่สุดท้ายที่ร่างของเขานอนอยู่ พลางนึกถึงแววตาของชีวิตที่เริ่มมอดดับจากโลกนี้ มันช่างแปลกประหลาดที่การจากไปนี้สะเทือนใจกว่าการจากไปของญาติผู้ใหญ่ผมหลาย ๆ คนอย่างมาก ผมทำเพียงตั้งคำถามว่า “ทำไม ทำไมการจากไปของชีวิตน้อย ๆ นี้ ถึงยังคงมีที่ทางในหัวใจเราทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน” ในจังหวะนั้น ผมแอบได้คำตอบ ญาติของผมหลาย ๆ คนที่จากไปล้วนอายุมาก มีโรคร้าย เราเตรียมใจถึงการจากไปของเขามานับครั้งไม่ถ้วน เตรียมรับมือกับสถานการณ์ใดใด หากการจากลาต้องเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ครั้งแรกที่ปู่เสีย เราทำอะไรกันไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องดำเนินการอย่างไร อาจจะเพราะอยู่ในช่วงเวลาโควิด ซึ่งทุกอย่างรวดเร็วและฉุกละหุก แต่ครั้งที่ยายเสีย เราสามารถช่วยแม่กับพ่อดำเนินการณ์ในหลาย ๆ ส่วน ติดต่อกับโรงพยาบาล คุยกับป้า ๆ ลูก ๆ ของยาย ติดต่อวัด ซื้อของเตรียมงานศพ นี่หรือ ผลของ มรณานุสติ หรือมันคือ อุเบกขา หนึ่งใน พรหมวิหาร 4 กันแน่ การวางความเป็นกลางในผัสสะต่อสิ่งต่าง ๆ คือสิ่งนี้รึเปล่านะ #siamstr