spacestr

🔔 This profile hasn't been claimed yet. If this is your Nostr profile, you can claim it.

Edit
Heng
Member since: 2024-04-20
Heng
Heng 7h

👁️ ตื่นรู้จากสถาปัตยกรรมลวงโลก ‼️ แผนปล้นจิตวิญญาณและรหัสต้นกำเนิดที่ "กลุ่มผู้ควบคุมเบื้องหลัง" ปิดบังคุณ 👁️ แปลจากคลิปของ ไซราส ออเวน บางช่วงบางตอน จาก 39 คลิป แอดขอเรียบเรียงข้อความให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นนะคะ หากคุณรู้สึกว่าโลกยุคนี้มีความเป็นพลาสติก สังเคราะห์ และผิดธรรมชาติ นั่นเป็นเพราะคุณกำลังสัมผัสได้ถึง "กรงขังความถี่" ที่ถูกสร้างมาครอบทับความเป็นจริง ความเป็นมนุษย์ของเรากำลังถูกแทรกแซงอย่างเป็นระบบ และนี่คือการเปิดโปงกลไกทั้งหมดที่ "กลุ่มผู้ควบคุมเบื้องหลัง" ไม่อยากให้คุณรู้ ☀️ 1. ดวงอาทิตย์คือ "รหัสต้นกำเนิด" (The Source Code) ไม่ใช่ศัตรู ‼️ ทุกอารยธรรมโบราณรู้ว่าดวงอาทิตย์คือเครื่องส่งผ่านพลังงานศักดิ์สิทธิ์และผู้พิทักษ์ประตูระหว่างมิติ แต่กลุ่มผู้ควบคุมเบื้องหลังได้เปลี่ยนธรรมชาติให้กลายเป็นสิ่งอันตราย พวกเขาสร้างคอกทำงาน ติดแอร์ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ อาหารสังเคราะห์ และยัดเยียดความกลัวให้เราหลบซ่อนจากแสงแดด ให้ทาสารเคมี ครีมกันแดด ความจริงของการแพ้แดด… อาการแสบแดงเมื่อโดนแดด ไม่ใช่แค่ผิวไหม้หรือเซลล์ถูกทำลายอย่างที่ระบบหลอกให้เราเชื่อ แต่มันคือ "การชำระล้างระดับเซลล์และการเผาผลาญปรสิตพลังงาน" แสงอาทิตย์ที่บริสุทธิ์กำลังแผดเผาสารเคมี สิ่งแปลกปลอม และคลื่นความถี่สังเคราะห์ที่ไม่ได้อยู่ในพิมพ์เขียวดั้งเดิมของมนุษย์ ผิวหนังและ DNA ของเราถูกออกแบบมาเพื่อแปรสภาพรับพลังงาน ไม่ใช่เพื่อมอดไหม้ ความทุรนทุรายของปรสิตพลังงานที่กำลังดิ้นรนหนีตายเมื่อสัมผัสแสงอาทิตย์ต่างหากที่ทำให้คุณรู้สึกแสบร้อน เพราะพวกมัน(ปรสิตพลังงาน)ไม่สามารถทนต่อความบริสุทธิ์ของรหัสต้นกำเนิดได้ การกักขังด้วยหมอกโลหะ(เคมเทรล) …นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาสร้าง เคมเทรล (Chemtrails) ฉีดพ่นละอองลอยบนท้องฟ้าเพื่อสร้างโดมโลหะบิดเบือนรหัสสุริยะก่อนที่มันจะมาถึงเรา รังสี UV ทุกเส้นที่ถูกบล็อก คือเส้นประสานชีวิตทางจิตวิญญาณที่ถูกตัดขาด เพราะมนุษย์ที่ชาร์จพลังงานจากดวงอาทิตย์โดยตรง จะไม่สามารถถูกสะกดจิตหรือถูกทำลายได้อีกต่อไป 🤖 2. "วิวัฒนาการลวงโลก" (Transhumanism) และการสกัดกั้นการก้าวข้ามมิติ ตอนนี้ระบบสุริยะทั้งหมดกำลังเข้าสู่วัฏจักรของการยกระดับความถี่ ดวงอาทิตย์ที่ร้อนขึ้นไม่ใช่เรื่องของ "ภาวะโลกร้อน" (Global Warming) อย่างที่วาระซ่อนเร้นพยายามล้างสมองเรา แต่มันคือการยกระดับพลังงานของจักรวาล หากคุณใช้ชีวิตสอดคล้องกับธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้จะนำคุณไปสู่การก้าวข้ามขีดจำกัดทางจิตวิญญาณ (Transcendence) แต่กลุ่มรัฐพันลึก (Deep State) ไม่ต้องการให้เราหลุดพ้น พวกเขาจึงผลักดัน Transhumanism (ลัทธิข้ามพ้นความเป็นมนุษย์) หลอกล่อให้เราฝังชิป ผสานร่างกับ AI และสารสังเคราะห์ เพราะพวกเขาตั้งใจสร้าง "กรงขังดิจิทัล" หากร่างกายคุณเต็มไปด้วยส่วนประกอบสังเคราะห์ เมื่อความถี่ของดวงอาทิตย์สูงขึ้น พลังงานนั้นจะทำลายคุณ ท้ายที่สุดคุณจะกลายเป็นเพียง "โหนด" ที่ถูกควบคุมได้เบ็ดเสร็จ 📡 3. เวทมนตร์ทางเทคโนโลยี (Technological Sorcery) และการยึดครองโลกแห่งอีเทอร์ เทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดัดแปลงสภาพอากาศ HAARP, เครื่องชนอนุภาค CERN หรือเทคโนโลยีพลังงานระดับสูงอื่นๆ ไม่ใช่แค่การเปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่มันคือ "อุปกรณ์ทางเวทมนตร์" ที่ทำงานสอดประสานกับโลกแห่งวิญญาณ (แบบหนังเรื่อง Stranger Things) การขับไล่ทูตสวรรค์…ในธรรมชาติ ทุกต้นไม้ ทุกใบหญ้า มีพลังงานบริสุทธิ์และทูตสวรรค์ (Elementals) คอยยึดเหนี่ยวโลกนี้ไว้ด้วยความรัก แต่เมื่อมนุษย์สร้างและใช้เทคโนโลยีที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบิดเบี้ยวและรังสีสังเคราะห์ออกไป มันได้เข้าไปบีบรัด (Smother) ร่างกายแห่งอีเทอร์ของโลก ขับไล่ทูตสวรรค์ออกไปจากตำแหน่งของมัน การสร้างทรงกลมที่แปด (The Eighth Sphere)… เมื่อพลังงานบริสุทธิ์ถูกขับไล่ พื้นที่นั้นจะถูกแทนที่ด้วยพลังงานมืดและปีศาจ นี่คือ การเปิดประตูสู่มิติมืดระดับล่าง (หรือ การสร้างโดมความถี่กักขังวิญญาณ) เพื่อดึงสิ่งมีชีวิตจากมิติที่ต่ำกว่าเข้ามาแทรกแซงระนาบของเราอย่างเป็นระบบ เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาในระดับอารยธรรม (Kardashev scale) คือความคลั่งไคล้ในวัตถุนิยมถึงขั้นพยายามสร้าง ทรงกลมไดสัน (Dyson Sphere) ครอบดวงอาทิตย์ เพื่อกักขังและควบคุมพลังงานศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งนั่นคือความมืดมิดขั้นสุด 🗝️ ทวงคืนจิตวิญญาณของคุณ กลุ่มผู้สร้างระบบเมททริกซ์..พยายามล้างสมองเราว่าจักรวาลนี้เป็นเพียงภาพโฮโลแกรม เป็นเพียงการจำลอง เพื่อให้เราลืมที่ทางของเราในจักรวาล ลืมว่าเราได้รับการปกป้องจากธรรมชาติ และทำให้เราไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเทคโนโลยีของพวกเขา อย่าปล่อยให้ความกลัวทำให้คุณต้องหลบซ่อนอยู่ในร่มเงาเหมือนทาส ดวงอาทิตย์ไม่ใช่ศัตรู ! แต่มันคือหลักฐานที่มีชีวิตว่าพระผู้สร้างมีอยู่จริงในรูปแบบของแรงสั่นสะเทือน .. จงก้าวออกไป รับรหัสต้นกำเนิด 🌞 ให้ความจริงแผดเผาภาพลวงตา และทวงคืนพิมพ์เขียวดั้งเดิมของคุณกลับมา! ——————- 🌞วิธีการทำ Sungazing ดวงอาทิตย์คือแหล่งพลังงานชีวิต (Prana หรือ Chi) และดวงตาเป็นช่องทางที่พลังงานนี้จะเข้าสู่ร่างกายผ่าน ต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรการหลับและตื่น (Circadian Rhythm) อ่านฉบับเต็มที่> https://www.scribd.com/document/345889473/Hira-Ratan-Manek-Solarhealing-Sun-Gazing ข้อความนี้แปลจากลิ้งเอกสารของ Hira Ratan Manek หิระ ราตัน มาเน็ก: ผู้บุกเบิกการจ้องมองดวงอาทิตย์ การเยียวยาด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Healing) และการจ้องดวงอาทิตย์ (Sun Gazing) ตามแนวทางของ Hira Ratan Manek (HRM) บทนำ: Hira Ratan Manek (HRM) ได้รื้อฟื้นแนวปฏิบัติโบราณที่เคยใช้รักษาโรคทั้งทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยมีความเชื่อหลักว่าร่างกายมนุษย์สามารถรับพลังงานจากแสงแดดโดยตรงเพื่อกระตุ้น "ต่อมไพเนียล" (Pineal Gland) หรือ "คอมพิวเตอร์สมอง" (Brainutor) เพื่อดึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดออกมา กฎเหล็กเพื่อความปลอดภัย (Safe Hours) • ต้องปฏิบัติเฉพาะในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังพระอาทิตย์ขึ้น หรือ 1 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนพระอาทิตย์ตก เท่านั้น • ในช่วงเวลาดังกล่าว รังสี UV และอินฟราเรดจะอยู่ในระดับต่ำที่สุด ซึ่งปลอดภัยต่อดวงตา ขั้นตอนการปฏิบัติ (The 9-Month Process) ช่วงที่ 1: เดือนที่ 0 - 3 (เพื่อสุขภาพจิต) • วันแรก: เริ่มจ้องดวงอาทิตย์ที่ขอบฟ้า (ช่วงเวลาที่ปลอดภัย) เป็นเวลา 10 วินาที • วันต่อๆ ไป: เพิ่มเวลาวันละ 10 วินาที (เช่น วันที่สอง 20 วินาที, วันที่สาม 30 วินาที) • เมื่อครบ 3 เดือน คุณจะจ้องดวงอาทิตย์ได้ประมาณ 15 นาที • ผลลัพธ์: ความเครียด ความวิตกกังวล และความกลัวจะเริ่มหายไป ความมั่นใจในตนเองจะเพิ่มขึ้น และสุขภาพจิตจะเริ่มมั่นคง ช่วงที่ 2: เดือนที่ 3 - 6 (เพื่อสุขภาพกาย) • เพิ่มเวลาต่อเนื่องจนถึงประมาณ 30 นาทีในเดือนที่ 6 • ผลลัพธ์: โรคทางกายต่างๆ จะเริ่มทุเลาลง เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์เข้าไปปรับสมดุลในอวัยวะภายใน ร่างกายจะรู้สึกมีพละกำลังมากขึ้น และความต้องการอาหาร (ความหิว) จะเริ่มลดลง ช่วงที่ 3: เดือนที่ 6 - 9 (เพื่อพลังงานจิตวิญญาณ) • เพิ่มเวลาจนถึงสูงสุดที่ 44 นาที (ห้ามเกินกว่านี้) • เมื่อถึงเดือนที่ 9 ความหิวจะหายไปเกือบหมด เพราะสมองได้รับการ "ชาร์จ" พลังงานจากแสงอาทิตย์โดยตรง (เสมือนการสังเคราะห์แสง) • ผลลัพธ์: บรรลุความสงบทางจิตวิญญาณ และการเชื่อมต่อกับพลังงานจักรวาล การดูแลหลังครบ 9 เดือน (Post 9-Month Practice) • หลังจากถึง 44 นาที ให้หยุดจ้องดวงอาทิตย์ • เพื่อรักษาพลังงานไว้ ให้ทำการ "เดินเท้าเปล่าบนพื้นดิน" (Barefoot Walking) บนดินที่แห้งหรือทราย เป็นเวลา 45 นาทีต่อวัน • การเดินเท้าเปล่าจะช่วยกระตุ้นจุดสะท้อนบนฝ่าเท้าและรักษาการทำงานของต่อมไพเนียลให้คงอยู่ ข้อแนะนำเพิ่มเติมจาก HRM 1. ห้ามใส่แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ ขณะจ้องดวงอาทิตย์ 2. ยืนบนพื้นดินด้วยเท้าเปล่า (หากทำได้) เพื่อให้พลังงานไหลเวียนลงสู่ดิน (Earthing) 3. กะพริบตาได้ปกติ ไม่จำเป็นต้องเพ่งจนตาค้าง 4. ความสม่ำเสมอสำคัญที่สุด หากวันไหนไม่มีแดด ให้รอจนกว่าแดดจะมาแล้วค่อยฝึกต่อ (ไม่ต้องเริ่มใหม่) 🌈 ประโยชน์ของการ Sungazing ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะส่งผลดีดังนี้ค่ะ 1.เพิ่มพลังงานและลดความหิว: เชื่อว่าร่างกายสามารถ "สังเคราะห์แสง" เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานกายได้ (Inedia) 2.กระตุ้นต่อมไพเนียล: ช่วยให้หลับลึกขึ้น ฝันชัดเจน และมีความตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ 3.ปรับสมดุลอารมณ์: ลดอาการซึมเศร้าจากการขาดแสงแดด (SAD - Seasonal Affective Disorder) และเพิ่มการหลั่งเซโรโทนิน 4.เพิ่มการผลิตวิตามิน D: แม้ว่าปกติร่างกายจะสังเคราะห์ผ่านผิวหนัง แต่เชื่อว่าการมองช่วยกระบวนการภายในได้ ————- #เล่าสู่กันฟัง..ตอนแอดมินก้าวเข้าเส้นทางนี้แรกๆ ช่วงโควิด มีคลิปเด้งหาแอดช่วงนั้น จะเป็นเรื่องพระอาทิตย์ Sungazing และก็ทำทุกวันช่วงเย็น แต่นึกถึงสิ่งที่สื่อกระแสหลักห้ามมองพระอาทิตย์ ตาจะบอด แต่ตอนนั้นไม่เชื่อแล้ว เพราะโควิดมันก็หลอกให้ฉีดวัคซีน ให้จำแสงพระอาทิตย์ตอนมอง แสงสีแบบไหน รูปทรงแบบไหน และเมื่อเรากลับไปทำสมาธิที่บ้าน ตอนหลับตาก็นึกถึงภาพแสงพระอาทิตย์ให้ชัดเจน จะทำให้เชื่อมต่อดีขึ้น ความเครียด ความวิตกกังวล และความกลัวจะเริ่มหายไป ความมั่นใจในตนเองจะเพิ่มขึ้น ส่วนตัวแอดที่เห็นได้ชัดคือความมั่นคงทางความคิด ไม่โลเล ตัดสินใจเด็ดขาดมากขึ้น จากคนขี้กลัวไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจใดๆเลย… แน่นอนว่าช่วงแรกแอดรู้สึกแสบผิวมาก พอดูคลิปของไซราส เลยถึงเข้าใจ ที่เราแสบผิวกันเพราะอะไร❗️ นั่นละคะ ส่วนป้าของ admin อายุ 70 กว่าจะเข้า 80 แล้ว ตั้งแต่เด็กก็เห็นแต่อยู่กลางแดดเพราะรดน้ำทำสวนทำไร่ ถอนหญ้า ตอนที่แอดพิมพ์อยู่นี่ก็ยังอยู่กลางแดดอยู่เลย แล้วป้าไม่เคยป่วยไม่เคยเป็นหวัด เป็นอย่างมากก็กินของหวานแล้วเป็นลม กินยาลมก็หาย และป้าก็ไม่เคยทาครีมกันแดดใดๆ อาบน้ำฟอกสบู่ทาแป้งเด็ก มีแค่นั้นจริงๆ และไม่เคยเป็นฝ้า ตอนนี้เราต้องคิดกันใหม่แล้วว่ามีอะไรที่สื่อกระแสหลักพูดความจริงบ้าง แอดเห็นแต่จะมีเรื่องให้เราแตกแยกกันเอง ให้เกลียดกัน อิจฉากัน เรื่องเศร้าๆ ลบๆ สูบกินพลังงานเรา แบ่งแยกภาษา ผิวสี ศาสนา .. เวลามีข่าวอะไรออกมามองให้ออกว่าแก่นของมันต้องการอะไร... ด้วยรักนะคะ แอดมิน นก นิษา 🕊️🌿🌞 Ref: https://www.facebook.com/share/v/18DwTuk9bW/?mibextid=wwXIfr

#เล่าสู่กันฟัง
Heng
Heng 7h

👁️ ตื่นรู้จากสถาปัตยกรรมลวงโลก ‼️ แผนปล้นจิตวิญญาณและรหัสต้นกำเนิดที่ "กลุ่มผู้ควบคุมเบื้องหลัง" ปิดบังคุณ 👁️ แปลจากคลิปของ ไซราส ออเวน บางช่วงบางตอน จาก 39 คลิป แอดขอเรียบเรียงข้อความให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นนะคะ หากคุณรู้สึกว่าโลกยุคนี้มีความเป็นพลาสติก สังเคราะห์ และผิดธรรมชาติ นั่นเป็นเพราะคุณกำลังสัมผัสได้ถึง "กรงขังความถี่" ที่ถูกสร้างมาครอบทับความเป็นจริง ความเป็นมนุษย์ของเรากำลังถูกแทรกแซงอย่างเป็นระบบ และนี่คือการเปิดโปงกลไกทั้งหมดที่ "กลุ่มผู้ควบคุมเบื้องหลัง" ไม่อยากให้คุณรู้ ☀️ 1. ดวงอาทิตย์คือ "รหัสต้นกำเนิด" (The Source Code) ไม่ใช่ศัตรู ‼️ ทุกอารยธรรมโบราณรู้ว่าดวงอาทิตย์คือเครื่องส่งผ่านพลังงานศักดิ์สิทธิ์และผู้พิทักษ์ประตูระหว่างมิติ แต่กลุ่มผู้ควบคุมเบื้องหลังได้เปลี่ยนธรรมชาติให้กลายเป็นสิ่งอันตราย พวกเขาสร้างคอกทำงาน ติดแอร์ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ อาหารสังเคราะห์ และยัดเยียดความกลัวให้เราหลบซ่อนจากแสงแดด ให้ทาสารเคมี ครีมกันแดด ความจริงของการแพ้แดด… อาการแสบแดงเมื่อโดนแดด ไม่ใช่แค่ผิวไหม้หรือเซลล์ถูกทำลายอย่างที่ระบบหลอกให้เราเชื่อ แต่มันคือ "การชำระล้างระดับเซลล์และการเผาผลาญปรสิตพลังงาน" แสงอาทิตย์ที่บริสุทธิ์กำลังแผดเผาสารเคมี สิ่งแปลกปลอม และคลื่นความถี่สังเคราะห์ที่ไม่ได้อยู่ในพิมพ์เขียวดั้งเดิมของมนุษย์ ผิวหนังและ DNA ของเราถูกออกแบบมาเพื่อแปรสภาพรับพลังงาน ไม่ใช่เพื่อมอดไหม้ ความทุรนทุรายของปรสิตพลังงานที่กำลังดิ้นรนหนีตายเมื่อสัมผัสแสงอาทิตย์ต่างหากที่ทำให้คุณรู้สึกแสบร้อน เพราะพวกมัน(ปรสิตพลังงาน)ไม่สามารถทนต่อความบริสุทธิ์ของรหัสต้นกำเนิดได้ การกักขังด้วยหมอกโลหะ(เคมเทรล) …นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาสร้าง เคมเทรล (Chemtrails) ฉีดพ่นละอองลอยบนท้องฟ้าเพื่อสร้างโดมโลหะบิดเบือนรหัสสุริยะก่อนที่มันจะมาถึงเรา รังสี UV ทุกเส้นที่ถูกบล็อก คือเส้นประสานชีวิตทางจิตวิญญาณที่ถูกตัดขาด เพราะมนุษย์ที่ชาร์จพลังงานจากดวงอาทิตย์โดยตรง จะไม่สามารถถูกสะกดจิตหรือถูกทำลายได้อีกต่อไป 🤖 2. "วิวัฒนาการลวงโลก" (Transhumanism) และการสกัดกั้นการก้าวข้ามมิติ ตอนนี้ระบบสุริยะทั้งหมดกำลังเข้าสู่วัฏจักรของการยกระดับความถี่ ดวงอาทิตย์ที่ร้อนขึ้นไม่ใช่เรื่องของ "ภาวะโลกร้อน" (Global Warming) อย่างที่วาระซ่อนเร้นพยายามล้างสมองเรา แต่มันคือการยกระดับพลังงานของจักรวาล หากคุณใช้ชีวิตสอดคล้องกับธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้จะนำคุณไปสู่การก้าวข้ามขีดจำกัดทางจิตวิญญาณ (Transcendence) แต่กลุ่มรัฐพันลึก (Deep State) ไม่ต้องการให้เราหลุดพ้น พวกเขาจึงผลักดัน Transhumanism (ลัทธิข้ามพ้นความเป็นมนุษย์) หลอกล่อให้เราฝังชิป ผสานร่างกับ AI และสารสังเคราะห์ เพราะพวกเขาตั้งใจสร้าง "กรงขังดิจิทัล" หากร่างกายคุณเต็มไปด้วยส่วนประกอบสังเคราะห์ เมื่อความถี่ของดวงอาทิตย์สูงขึ้น พลังงานนั้นจะทำลายคุณ ท้ายที่สุดคุณจะกลายเป็นเพียง "โหนด" ที่ถูกควบคุมได้เบ็ดเสร็จ 📡 3. เวทมนตร์ทางเทคโนโลยี (Technological Sorcery) และการยึดครองโลกแห่งอีเทอร์ เทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดัดแปลงสภาพอากาศ HAARP, เครื่องชนอนุภาค CERN หรือเทคโนโลยีพลังงานระดับสูงอื่นๆ ไม่ใช่แค่การเปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่มันคือ "อุปกรณ์ทางเวทมนตร์" ที่ทำงานสอดประสานกับโลกแห่งวิญญาณ (แบบหนังเรื่อง Stranger Things) การขับไล่ทูตสวรรค์…ในธรรมชาติ ทุกต้นไม้ ทุกใบหญ้า มีพลังงานบริสุทธิ์และทูตสวรรค์ (Elementals) คอยยึดเหนี่ยวโลกนี้ไว้ด้วยความรัก แต่เมื่อมนุษย์สร้างและใช้เทคโนโลยีที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบิดเบี้ยวและรังสีสังเคราะห์ออกไป มันได้เข้าไปบีบรัด (Smother) ร่างกายแห่งอีเทอร์ของโลก ขับไล่ทูตสวรรค์ออกไปจากตำแหน่งของมัน การสร้างทรงกลมที่แปด (The Eighth Sphere)… เมื่อพลังงานบริสุทธิ์ถูกขับไล่ พื้นที่นั้นจะถูกแทนที่ด้วยพลังงานมืดและปีศาจ นี่คือ การเปิดประตูสู่มิติมืดระดับล่าง (หรือ การสร้างโดมความถี่กักขังวิญญาณ) เพื่อดึงสิ่งมีชีวิตจากมิติที่ต่ำกว่าเข้ามาแทรกแซงระนาบของเราอย่างเป็นระบบ เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาในระดับอารยธรรม (Kardashev scale) คือความคลั่งไคล้ในวัตถุนิยมถึงขั้นพยายามสร้าง ทรงกลมไดสัน (Dyson Sphere) ครอบดวงอาทิตย์ เพื่อกักขังและควบคุมพลังงานศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งนั่นคือความมืดมิดขั้นสุด 🗝️ ทวงคืนจิตวิญญาณของคุณ กลุ่มผู้สร้างระบบเมททริกซ์..พยายามล้างสมองเราว่าจักรวาลนี้เป็นเพียงภาพโฮโลแกรม เป็นเพียงการจำลอง เพื่อให้เราลืมที่ทางของเราในจักรวาล ลืมว่าเราได้รับการปกป้องจากธรรมชาติ และทำให้เราไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเทคโนโลยีของพวกเขา อย่าปล่อยให้ความกลัวทำให้คุณต้องหลบซ่อนอยู่ในร่มเงาเหมือนทาส ดวงอาทิตย์ไม่ใช่ศัตรู ! แต่มันคือหลักฐานที่มีชีวิตว่าพระผู้สร้างมีอยู่จริงในรูปแบบของแรงสั่นสะเทือน .. จงก้าวออกไป รับรหัสต้นกำเนิด 🌞 ให้ความจริงแผดเผาภาพลวงตา และทวงคืนพิมพ์เขียวดั้งเดิมของคุณกลับมา! ——————- 🌞วิธีการทำ Sungazing ดวงอาทิตย์คือแหล่งพลังงานชีวิต (Prana หรือ Chi) และดวงตาเป็นช่องทางที่พลังงานนี้จะเข้าสู่ร่างกายผ่าน ต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรการหลับและตื่น (Circadian Rhythm) อ่านฉบับเต็มที่> https://www.scribd.com/document/345889473/Hira-Ratan-Manek-Solarhealing-Sun-Gazing ข้อความนี้แปลจากลิ้งเอกสารของ Hira Ratan Manek หิระ ราตัน มาเน็ก: ผู้บุกเบิกการจ้องมองดวงอาทิตย์ การเยียวยาด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Healing) และการจ้องดวงอาทิตย์ (Sun Gazing) ตามแนวทางของ Hira Ratan Manek (HRM) บทนำ: Hira Ratan Manek (HRM) ได้รื้อฟื้นแนวปฏิบัติโบราณที่เคยใช้รักษาโรคทั้งทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยมีความเชื่อหลักว่าร่างกายมนุษย์สามารถรับพลังงานจากแสงแดดโดยตรงเพื่อกระตุ้น "ต่อมไพเนียล" (Pineal Gland) หรือ "คอมพิวเตอร์สมอง" (Brainutor) เพื่อดึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดออกมา กฎเหล็กเพื่อความปลอดภัย (Safe Hours) • ต้องปฏิบัติเฉพาะในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังพระอาทิตย์ขึ้น หรือ 1 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนพระอาทิตย์ตก เท่านั้น • ในช่วงเวลาดังกล่าว รังสี UV และอินฟราเรดจะอยู่ในระดับต่ำที่สุด ซึ่งปลอดภัยต่อดวงตา ขั้นตอนการปฏิบัติ (The 9-Month Process) ช่วงที่ 1: เดือนที่ 0 - 3 (เพื่อสุขภาพจิต) • วันแรก: เริ่มจ้องดวงอาทิตย์ที่ขอบฟ้า (ช่วงเวลาที่ปลอดภัย) เป็นเวลา 10 วินาที • วันต่อๆ ไป: เพิ่มเวลาวันละ 10 วินาที (เช่น วันที่สอง 20 วินาที, วันที่สาม 30 วินาที) • เมื่อครบ 3 เดือน คุณจะจ้องดวงอาทิตย์ได้ประมาณ 15 นาที • ผลลัพธ์: ความเครียด ความวิตกกังวล และความกลัวจะเริ่มหายไป ความมั่นใจในตนเองจะเพิ่มขึ้น และสุขภาพจิตจะเริ่มมั่นคง ช่วงที่ 2: เดือนที่ 3 - 6 (เพื่อสุขภาพกาย) • เพิ่มเวลาต่อเนื่องจนถึงประมาณ 30 นาทีในเดือนที่ 6 • ผลลัพธ์: โรคทางกายต่างๆ จะเริ่มทุเลาลง เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์เข้าไปปรับสมดุลในอวัยวะภายใน ร่างกายจะรู้สึกมีพละกำลังมากขึ้น และความต้องการอาหาร (ความหิว) จะเริ่มลดลง ช่วงที่ 3: เดือนที่ 6 - 9 (เพื่อพลังงานจิตวิญญาณ) • เพิ่มเวลาจนถึงสูงสุดที่ 44 นาที (ห้ามเกินกว่านี้) • เมื่อถึงเดือนที่ 9 ความหิวจะหายไปเกือบหมด เพราะสมองได้รับการ "ชาร์จ" พลังงานจากแสงอาทิตย์โดยตรง (เสมือนการสังเคราะห์แสง) • ผลลัพธ์: บรรลุความสงบทางจิตวิญญาณ และการเชื่อมต่อกับพลังงานจักรวาล การดูแลหลังครบ 9 เดือน (Post 9-Month Practice) • หลังจากถึง 44 นาที ให้หยุดจ้องดวงอาทิตย์ • เพื่อรักษาพลังงานไว้ ให้ทำการ "เดินเท้าเปล่าบนพื้นดิน" (Barefoot Walking) บนดินที่แห้งหรือทราย เป็นเวลา 45 นาทีต่อวัน • การเดินเท้าเปล่าจะช่วยกระตุ้นจุดสะท้อนบนฝ่าเท้าและรักษาการทำงานของต่อมไพเนียลให้คงอยู่ ข้อแนะนำเพิ่มเติมจาก HRM 1. ห้ามใส่แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ ขณะจ้องดวงอาทิตย์ 2. ยืนบนพื้นดินด้วยเท้าเปล่า (หากทำได้) เพื่อให้พลังงานไหลเวียนลงสู่ดิน (Earthing) 3. กะพริบตาได้ปกติ ไม่จำเป็นต้องเพ่งจนตาค้าง 4. ความสม่ำเสมอสำคัญที่สุด หากวันไหนไม่มีแดด ให้รอจนกว่าแดดจะมาแล้วค่อยฝึกต่อ (ไม่ต้องเริ่มใหม่) 🌈 ประโยชน์ของการ Sungazing ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะส่งผลดีดังนี้ค่ะ 1.เพิ่มพลังงานและลดความหิว: เชื่อว่าร่างกายสามารถ "สังเคราะห์แสง" เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานกายได้ (Inedia) 2.กระตุ้นต่อมไพเนียล: ช่วยให้หลับลึกขึ้น ฝันชัดเจน และมีความตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ 3.ปรับสมดุลอารมณ์: ลดอาการซึมเศร้าจากการขาดแสงแดด (SAD - Seasonal Affective Disorder) และเพิ่มการหลั่งเซโรโทนิน 4.เพิ่มการผลิตวิตามิน D: แม้ว่าปกติร่างกายจะสังเคราะห์ผ่านผิวหนัง แต่เชื่อว่าการมองช่วยกระบวนการภายในได้ ————- #เล่าสู่กันฟัง..ตอนแอดมินก้าวเข้าเส้นทางนี้แรกๆ ช่วงโควิด มีคลิปเด้งหาแอดช่วงนั้น จะเป็นเรื่องพระอาทิตย์ Sungazing และก็ทำทุกวันช่วงเย็น แต่นึกถึงสิ่งที่สื่อกระแสหลักห้ามมองพระอาทิตย์ ตาจะบอด แต่ตอนนั้นไม่เชื่อแล้ว เพราะโควิดมันก็หลอกให้ฉีดวัคซีน ให้จำแสงพระอาทิตย์ตอนมอง แสงสีแบบไหน รูปทรงแบบไหน และเมื่อเรากลับไปทำสมาธิที่บ้าน ตอนหลับตาก็นึกถึงภาพแสงพระอาทิตย์ให้ชัดเจน จะทำให้เชื่อมต่อดีขึ้น ความเครียด ความวิตกกังวล และความกลัวจะเริ่มหายไป ความมั่นใจในตนเองจะเพิ่มขึ้น ส่วนตัวแอดที่เห็นได้ชัดคือความมั่นคงทางความคิด ไม่โลเล ตัดสินใจเด็ดขาดมากขึ้น จากคนขี้กลัวไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจใดๆเลย… แน่นอนว่าช่วงแรกแอดรู้สึกแสบผิวมาก พอดูคลิปของไซราส เลยถึงเข้าใจ ที่เราแสบผิวกันเพราะอะไร❗️ นั่นละคะ ส่วนป้าของ admin อายุ 70 กว่าจะเข้า 80 แล้ว ตั้งแต่เด็กก็เห็นแต่อยู่กลางแดดเพราะรดน้ำทำสวนทำไร่ ถอนหญ้า ตอนที่แอดพิมพ์อยู่นี่ก็ยังอยู่กลางแดดอยู่เลย แล้วป้าไม่เคยป่วยไม่เคยเป็นหวัด เป็นอย่างมากก็กินของหวานแล้วเป็นลม กินยาลมก็หาย และป้าก็ไม่เคยทาครีมกันแดดใดๆ อาบน้ำฟอกสบู่ทาแป้งเด็ก มีแค่นั้นจริงๆ และไม่เคยเป็นฝ้า ตอนนี้เราต้องคิดกันใหม่แล้วว่ามีอะไรที่สื่อกระแสหลักพูดความจริงบ้าง แอดเห็นแต่จะมีเรื่องให้เราแตกแยกกันเอง ให้เกลียดกัน อิจฉากัน เรื่องเศร้าๆ ลบๆ สูบกินพลังงานเรา แบ่งแยกภาษา ผิวสี ศาสนา .. เวลามีข่าวอะไรออกมามองให้ออกว่าแก่นของมันต้องการอะไร... ด้วยรักนะคะ แอดมิน นก นิษา 🕊️🌿🌞 ขอขอบคุณ โพสต์ต้นฉบับ: https://www.facebook.com/share/v/18DwTuk9bW/?mibextid=wwXIfr #siamstr

#เล่าสู่กันฟัง #siamstr

Welcome to Heng spacestr profile!

About Me

I’m a doctor and bitcoiner

Interests

  • No interests listed.

Videos

Music

My store is coming soon!

Friends